Back
<
Free Clock  

 

  

การเลี้ยงดูสุนัขพันธุ์บางแก้ว

มื่อได้เลือกที่จะเป็นเจ้าของลูกสุนัขตัวนั้นแล้ว คุณได้เลือกอย่างระมัดระวังมากท่ามกลางลูกสุนัขตัวอื่นๆ และพันธุ์อื่น ๆ ดังนั้นก่อนจะนำลูกสุนัขกลับบ้าน ควรเตรียมทุกอย่างให้พร้อมสำหรับการต้อนรับสมาชิกใหม่ตัวน้อย ๆ ที่น่ารัก เช่น จัดหาที่นอนและที่กิน ซื้อของที่คุณต้องการใช้ให้เสร็จเสียก่อนที่จะนำลูกสุนัขตัวนี้เข้าบ้าน ปรึกษากับทางร้านที่คุณซื้อมาว่ามันควรจะกินอะไร ควรให้อาหารกี่ครั้งในวันหนึ่งๆ ซื้อของเล่นให้มันบ้าง การให้มันได้เล่นอะไรบ้างจะทำให้มันคิดถึงบ้านน้อยลง
การเคลื่อนย้ายลูกสุนัข
ถ้าพาลูกสุนัขมาบ้านโดยรถ ต้องพยายามอย่างให้หนาวเกินไป หากรถเปิดแอร์และอากาศภายในรถเย็นเกินไปให้ใช้ผ้าขนหนูสะอาด ๆ ห่อตัวลูกสุนัขแล้วอุ้มไว้ในตักหรือวางไว้บนเบาะ หากสังเกตเห็นลูกสุนัขเริ่มมีอาการอึดอัด น้ำลายไหลออกมามาก ให้หยุดรถสักพักหนึ่งแล้วค่อยไปต่อ ควรจะเตรียมกระดาษหนังสือพิมพ์ติดรถไปด้วย ในกรณีที่ลูกสุนัขเกิดเมารถขึ้นมา ซึ่งลูกสุนัขอาจจะอาเจียนหรือฉี่ออกมา ให้เตรียมกล่องกระดาษรองด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ เพื่อป้องกันทั้งลูกสุนัขและรถไม่ให้สกปรก
เมื่อมาถึงบ้านใหม่ สภาพแวดล้อมใหม่ รวมถึงเพื่อนเล่นก็ล้วนแต่หน้าใหม่ ๆ สิ่งแรกที่เราควรทำคือ ปล่อยให้ลูกสุนัขได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ อย่าไปรบกวน เพื่อให้ลูกสุนัขรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้น จงระลึกไว้เสมอว่าลูกสุนัขเคยรู้จักแต่การวิ่งเล่นกับพี่น้องร่วมครอกของมัน และรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่กับแม่ของมัน พอมันต้องมาอยู่สถานที่ใหม่ มาพบสิ่งแปลกใหม่ มันก็จะกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้และปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ถ้าคุณอดทนพร้อมกับแสดงให้มันเห็นว่าคุณหวังอะไรกับมันบ้าง
วันแรก คืนแรก
- เมื่อลูกสุนัขมาถึงให้วางลงบนพื้น ซึ่งมีกระดาษหนังสือพิมพ์รอง ปล่อยให้นอนหรือ เล่นอยู่ตรงนั้น อย่าไปอุ้มขึ้นมาถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ
- เป็นไปได้มากทีเดียวที่ลูกสุนัขอาจจะหวาดกลัวสักพักหนึ่งกับสภาพแวดล้อมที่ไม่รู้จัก มาก่อนเลยในชีวิต เป็นสภาพที่ปราศจากแม่และพี่น้องร่วมครอก จงทำให้ลูกสุนัขอยู่อย่างสบาย แต่อย่าเอาแต่ปลอบโยน อย่าเลี้ยงดูอย่างลูกแหง่ โอ๋ตลอดเวลา ให้คุณใจเย็น ๆ ค่อย ๆ สร้างความสัมพันธ์ฉันมิตรให้มันรู้สึกอบอุ่นใจ โดยพาไปเดินเล่นรอบ ๆ บ้าน เพื่อทำความรู้จักและคุ้นเคยกับบ้านใหม่ มันจะได้มีความ รู้สึกเหมือนเป็นเจ้าของด้วย ถ้าหากมืดก็เปิดไฟให้สว่าง ปล่อยให้มันเล่นอยู่ในบริเวณที่คุณและสมาชิกในครอบครัวนั่งเล่นหรือทำงาน ปล่อยให้มันเล่นเองสักพักแล้วคุณค่อยเรียกให้มันเข้ามาหาคุณ
- เพื่อนเล่นนั้นอาจจะก่อให้เกิดปัญหา ถ้าหากว่ามีเด็กเล็ก ๆ หรือสัตว์เลี้ยงตัวอื่นอยู่ใน บ้าน ก็ต้องดูแลอย่าให้ทำร้ายหรือเล่นอะไรที่รุนแรงกับมันมาก สมาชิกใหม่อาจจะเกิดอาการตื่นตกใจ ดังนั้นต้องปล่อยให้มันทำความคุ้นเคยกับบ้านใหม่สักวันสองวันก่อน แล้วค่อยแนะนำให้รู้จักเพื่อนเล่นใหม่
- คืนแรกที่ลูกสุนัขมาอยู่ควรจะวางมันในที่ที่มันจะต้องนอนทุกคืน เช่น ในครัว โดยอาจ จะใช้กระดาษหนังสือพิมพ์รองพื้นก็ได้ เพราะพื้นในห้องครัวนั้นทำความสะอาดได้ง่าย ควรปล่อยให้มันทำความคุ้นเคยกับห้องครัวที่กำลังจะเป็นที่นอนประจำของมัน ปิดประตูครัว เพื่อจำกัดอาณาเขตให้อยู่แต่ในครัว เตรียมอาหารแล้วป้อนมันนิดหน่อย ในคืนแรกเตรียมภาชนะใส่น้ำไว้ให้ไม่ต้องมาก เพราะลูกสุนัขชอบที่จะเลียน้ำกินจนหมด นอกจากกระดาษหนังสือพิมพ์แล้ว อาจจะใช้เสื้อผ้าเก่าๆ ที่สะอาดรองอีกชั้นหนึ่งก็ ยิ่งดี เพราะเสื้อผ้าของคุณจะมีกลิ่นติดอยู่ เมื่อมันนอนบนเสื้อผ้าของคุณจะทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย หลังจากกินอิ่มมันก็จะนอนหลับสบายบนผ้านุ่ม ๆ
ช่วยไม่ให้ทำเปรอะเปื้อน
ทีนี้คงไม่นาน อาจจะในวันแรกหรือวันรุ่นขึ้นที่ลูกสุนัขกำลังจะทำ "เรี่ยราด" บนพื้น ขึ้นแรกให้นำกระดาษหนังสือพิมพ์มาวางลงบนที่ที่มันทำเรี่ยราดจนกระดาษดูดซับฉี่ขึ้นมาหมด เก็บกระดาษนี้เอาไว้ ทีนี้ให้ใช้ผ้าชุบน้ำกับสบู่หรือผงซักฟอกถูพื้นให้สะอาด เช็ดให้แห้ง แล้วหยิบกระดาษเปื้อนฉี่นั้นวางไว้บนกระดาษหนังสือพิมพ์แผ่นใหญ่ตรงมุมไหนของกระดาษก็ได้ ทุกครั้งที่ทำความสะอาดพื้นที่เปื้อนฉี่ให้ทำแบบเดิมทุกครั้ง คือเอากระดาษเปื้อนฉี่วางซ้อน ๆ กันบนกระดาษหนังสือพิมพ์ที่รองพื้น ทีนี้เมื่อใดก็ตามที่ลูกสุนัขอยากจะนอนหมอบหรือนอนเล่น มันก็จะเข้ามาหาจุดที่มีกลิ่นฉี่ แล้วก็จะหมอบลงบนกระดาษหนังสือพิมพ์ที่รองพื้นไม่ห่างจากก้อนกระดาษเปียกเท่าไหร่นัก อาจทำแบบนี้สัก 3-4 วัน ในช่วงแรก ๆ ที่ลูกสุนัขเพิ่งเข้ามาอยู่
ทีนี้ก็ปล่อยให้ลูกสุนัขอยู่ในห้องที่คุณจัดให้อยู่ บางทีมันอาจจะร้องหรือหอนเป็นครั้งคราว ลูกสุนัขบางตัวอาจจะซนหน่อย งอแงไปสักนิด ไม่ต้องห่วง ปล่อยให้นอนหอนนอนร้องอย่างนั้น ซึ่งมองดูแล้วออกจะทารุณไปหน่อยที่ปล่อยให้ร้องอยู่อย่างนั้น แต่ในระยะยาวนับว่านี่เป็นวิธีฝึกสุนัขแรกเลี้ยงที่ดีที่สุด ปล่อยให้ร้องมันจะเหนื่อยไปเองในไม่ช้า และในที่สุดเหนื่อยมาก ๆ เข้าก็จะหยุดร้องไปเอง
การสร้างภูมิคุ้มกันโรคและฉีดวัคซีน
สุนัขใหม่ที่นำเข้ามาเลี้ยง ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคและถ่ายพยาธิให้ครบถ้วน เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่าง ๆ และทำให้สุนัขมีสุขภาพดี ในกรณีที่แม่สุนัขได้รับวัคซีนป้องกันโรคและถ่ายพยาธิมาแล้วก่อนผสม ภูมิคุ้มกันจากแม่จะอยู่ในตัวลูกสุนัขได้ไม่น้อยกว่า 2 เดือนจึงจะหมด ดังนั้น
1. ถ้าลูกสุนัขที่มีภูมิคุ้มกันจากแม่ที่ได้รับการฉีดวัคซีนในระยะที่ภูมิคุ้มกันยังไม่หมด ถ้าได้รับการฉีดวัคซีน วัคซีนใหม่ที่จะเข้าไปจะทำปฏิกิริยากับภูมิคุ้มกันเดิมที่มีอยู่ และถูกทำลายหมดไป ทำให้ลูกสุนัขอยู่ในสภาพที่ปราศจากภูมิคุ้มกันโรค ถ้าได้รับเชื้อก็จะเป็นโรคได้
2. ถ้าลูกสุนัขไม่ได้รับการฉีดวัคซีน แต่แม่สุนัขเคยได้รับการฉีดวัคซีนก่อนผสม ลูกสุนัข จะมีภูมิคุ้มกันโรคที่ได้รับจากแม่จนอายุได้ 2 เดือน
3. ถ้าลูกสุนัขได้รับการฉีดวัคซีน แต่แม่สุนัขไม่ได้รับการฉีดวัคซีนก่อนผสม ลูกสุนัขก็จะ มีภูมิคุ้มกันโรคที่ได้จากการฉีดวัคซีน
4. ถ้าลูกสุนัขไม่ได้รับการฉีดวัคซีน และแม่สุนัขก็ได้รับการฉีดวัคซีนก่อนผสม ลูกสุนัขก็ จะไม่มีภูมิคุ้มกันโรค
เมื่อซื้อลูกสุนัขแล้วให้นำไปฉีดวัคซีนทันที วัคซีนที่ต้องฉีดคือ วัคซีนป้องกันไข้หัดสุนัข วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบติดต่อ ปัจจุบันมีวัคซีนรวม ซึ่งสามารถป้องกันโรคได้ทั้ง 4 โรค (โรคตับอักเสบติดต่อ โรคเลปโตสไปโรซีส โรคไข้หัดสุนัข และโรคลำไส้อักเสบ) หลังจากฉีดวัคซีนควรงดอาบน้ำเป็นเวลา 7 วัน เพราะการฉีดวัคซีนบางครั้งอาจจะทำให้สุนัขเกิดอาการไข้ และเมื่อฉีดวัคซีนครั้งแรกไปแล้ว 2 สัปดาห์ ให้นำสุนัขไปฉีดวัคซีนซ้ำอีกเป็นการกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันโรคสูงขึ้น
ร่างกายของสุนัขจะสร้างภูมิคุ้มกันสูงพอคุ้มโรคได้ เมื่อได้รับการฉีดครั้งที่ 2 ก็จะเกิด ภูมิคุ้มกันโรค ส่วนวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ให้ฉีดเมื่อสุนัขอายุ 3 เดือน และฉีดซ้ำทุกปี
การถ่ายพยาธิ
การถ่ายพยาธิควรจะทำทันทีเมื่อซื้อสุนัขมาใหม่ เพราะสุนัขมักจะมีพยาธิ โดยเฉพาะพยาธิตัวกลมและพยาธิปากขอ ซึ่งพยาธิเหล่านี้จะอยู่ในลำไส้ของสุนัข และอาจเข้าสู่กระเพาะด้วย พยาธิเหล่านี้จะแย่งอาหารจากสุนัข ทำให้สุนัขแคระแกร็น โตช้า อาจจะชัก และตายได้ในเวลาอันรวดเร็ว นอกจากนั้นพยาธิเหล่านี้สามารถถ่ายทอดผ่านรกจากแม่มาสู่ลูกใสท้องได้
ดังนั้น เมื่อแม่สุนัขคลอดลูกออกมา ลูกสุนัขบางตัวอาจมีพยาธิตัวกลมอยู่ในลำไส้และเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วพร้อมกันลูกสุนัข ทำให้ลูกสุนัขผอมแต่พุงโต ภายในลำไส้มีพยาธิเต็มไปหมด จนบางครั้งลำไส้อุดตันถึงกับทำให้ลูกสุนัขตายได้
ดังนั้นการถ่ายพยาธิให้กับลูกสุนัขจึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก วิธีการถ่ายพยาธิที่ดีที่สุด คือการถ่ายพยาธิ 3 วันติดต่อกัน แล้วเว้นช่วงไป 15 วัน แล้วถ่ายพยาธิซ้ำอีก 3 วัน หลังจากนั้นควรถ่ายพยาธิอย่างน้อยทุก 3 เดือน จะทำให้สุนัขปลอดพยาธิไปจนโต ส่วนพยาธิภายนอก ได้แก่ เห็บ หมัด และไร พบได้บ่อย ๆ เช่นกัน การกำจัดอาจทำได้โดยวิธีการเก็บออกจากตัวสุนัขโดยตรง แล้วนำตัวดูดเลือดพวกนี้ไปแช่น้ำมัน อย่างบี้ให้แตก เพราะอาจทำให้เกิดการแพร่กระจายของไข่ได้ นอกจากนี้อาจใช้สารเคมี คือยาฆ่าเห็บชนิดต่าง ๆ โรยหรืออาบให้แก่สุนัข และปฏิบัติตามคำแนะนำในฉลากอย่างเคร่งครัด
โดยมากเมื่อลูกสุนัขอายุเกิน 4 เดือนไปแล้ว มักจะเลี้ยงรอด ช่วงที่สุนัขจะตายง่ายที่สุดคือ ช่วงอายุ 2 เดือน ถึง 3 เดือน

 

โปรแกรมการฉีดวัคซีนและถ่ายพยาธิ

3-4 สัปดาห์ ตรวจสุขภาพ และถ่ายพยาธิ
6-8 สัปดาห์ วัคซีนป้องกันโรคไข้หัดสุนัข ตับอักเสบติดต่อ และเลปโตสไปโรซิส ฉีดวัคซีนป้องกันโรคลำไส้อักเสบติดต่อ ตรวจสุขภาพ ถ่ายพยาธิป้องกัน พยาธิหัวใจ
8-10 สัปดาห์ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดสุนัข ตับอักเสบติดต่อ เลปโตสไปโรซิส หวัด หลอดลมอักเสบติดต่อ และลำไส้อักเสบติดต่อ
12 สัปดาห์ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
ทุก 1 ปี ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ฉีดวัคซีนรวมป้องกันกันโรคไข้หัดสุนัข ตับอักเสบติดต่อ เลปโตสไปโรซิส หวัด หลอดลมอักเสบติดต่อ และลำไส้อักเสบติดต่อ
การถ่ายพยาธิ ควรถ่ายซ้ำอย่างน้อยทุก 3 เดือน
การคุมกำเนิด ทำหมันเมื่อสุนัขอายุ 8 เดือน - 1 ปีขึ้นไป

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
โครงงาน : การสร้างเว็บไวต์สุนัขพันธุ์บางแก้ว
Web for Thai bangkaew dog